Yuttanun さんのプロフィール~..yuttanun****フォトブログリストその他 ツール ヘルプ

Chinsuvankul Yuttanun

好きなもの/好きなこと
รูปหล่อ น่าตาดี ไม่ใช่กุหรอก...

~..yuttanun****

*~.จาก "ใจ" ถึง "ใครบางคน" สู่ "ใครคนนี้".~*

Image and video hosting by TinyPic Image and video hosting by TinyPic Image Hosted by ImageShack.us

Image and video hosting by TinyPic
4月18日

ทำไมคุณถึงไม่ได้ขึ้นเงินเดือนซักที...


***อย่าสงสัยว่าทำไมเงินเดือนไม่ขึ้น
 
  
>หลังจากทำงานผ่านไปได้ 2  ปี หนุ่มคนหนึ่งก็เริ่มสงสัยว่า
> ทำไม๊ทำไมเค้าไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
> และไม่ได้ขึ้นเงินเดือนเลย
> >
> >
> เช้าวันหนึ่งเค้าตัดสินใจเข้าไปพบผู้จัดการแผนกบุคคลและคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้
> เมื่อฝ่ายบุคคลได้ฟังข้อสงสัยของเค้า
> จึงได้หัวเราะเชิญให้เค้านั่งลงและพูดว่า
> >
> > บุคคล : นี่คุณ คุณจะให้ผมขึ้นเงินเดือนให้คุณได้ยังไง
> ในเมื่อคุณไม่ได้ทำงานที่นี่เลยแม้แต่วันเดียว
> >
> > ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ตกใจมาก
> แต่ฝ่ายบุคคลก็ยังคงใจเย็นและอธิบายต่อไป
> >
> > บุคคล : ไหนคุณตอบคำถามผมหน่อยสิ ในหนึ่งปีมีกี่วัน
> > ชายหนุ่ม : 365 วัน และบางปีก็ 366 วันครับ
> >
> > บุคคล : แล้วในหนึ่งวันมีกี่ชั่วโมง
> > ชายหนุ่ม : 24 ชั่วโมง
> >
> > บุคคล : แล้วในหนึ่งวัน คุณทำงานกี่ชั่วโมง
> > ชายหนุ่ม : 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น มีพัก 1 ชั่วโมง ..........ทำ 8
> ชั่วโมงครับ
> >
> > บุคคล : อาฮะ .... แสดงว่า คุณทำงานเท่าไหร่ต่อหนึ่งวัน
> > ชายหนุ่ม : ก็ทำ 8/24 ชั่วโมง ก็แปลว่า 1/3 ก็คือทำงาน 1 ใน 3 ของวันครับผม
> >
> > บุคคล : โอเคขอบคุณมาก งั้นลองมาคิดต่อนะ คุณทำงาน 1 ใน 3 ของ 366
> วันแสดงว่าคุณทำงานกี่วัน
> > ชายหนุ่ม: 1 ปี ผมทำงาน 122 วันครับ (366 หาร 3 = 122 วัน)
> >
> > บุคคล : เอาล่ะ ปกติคุณมาทำงานวันเสาร์อาทิตย์ด้วยรึเปล่า
> > ชายหนุ่ม : ไม่ได้มาครับ
> >
> > บุคคล : แล้วปีหนึ่งมีวันหยุดสุดสัปดาห์กี่วัน
> > ชายหนุ่ม : มีวันเสาร์ 52 วัน วันอาทิตย์ 52 วัน รวมเป็น 104 วันครับ
> >
> > บุคคล : 1 ปี คุณว่าคุณทำงานจริง 122 วัน แต่มีเสาร์อาทิตย์อีก 104 วัน
> งั้นตกลงคุณทำงานกี่วัน
> > ชายหนุ่ม : 122 – 104 = 18 วันครับ (เสียงเริ่มอ่อย)
> >
> > บุคคล : โอเค .. ปกติผมอนุญาตให้คุณลาป่วยได้ปีละ 2 อาทิตย์ ซึ่งก็คือ 14 วัน
> ตกลงตอนนี้คุณเหลือเวลาทำงานกี่วัน
> > ชายหนุ่ม : 18 – 14 = 4 วันครับ
> >
> > บุคคล : แล้ววันปีใหม่คุณมาทำงานมั๊ย
> > ชายหนุ่ม : ไม่ครับ
> >
> > บุคคล : วันแรงงานล่ะ
> > ชายหนุ่ม : ไม่ครับ
> >
> > บุคคล : ตกลงเหลือกี่วัน
> > ชายหนุ่ม : 2 วันครับ
> >
> > บุคคล : วันพ่อมาทำงานมั๊ย
> > ชายหนุ่ม : ไม่มาครับ
> >
> > บุคคล : ตกลงเหลือกี่วันแล้ว
> > ชายหนุ่ม : 1 วันครับ
> >
> > บุคคล : แล้ววันแม่ล่ะ หยุดมั๊ย
> > ชายหนุ่ม : หยุดครับ
> >
> > บุคคล : ตกลงปีนึงคุณทำงานให้บริษัทกี่วันเนี๊ยะ
> > ชายหนุ่ม : ไม่ได้ทำเลยครับ!!!
> >
> > บุคคล : อ้าว !! .. แล้วนี่คุณจะมาเรียกร้องอะไรอีกเนี๊ยะ
> > ชายหนุ่ม : ผมเข้าใจแล้วครับ
 
credit : researchkai  from  www.flashfly.net
4月10日

เซอร์ไพรส์.....!!

วันเกิดปีนี้ แปลกมาก
 
มีคนที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะโทรมาหา กลับโทรมา Happy birthday ให้
 
ประหลาดใจอย่างแรง แถมมา 2 สาย เลย  
 
ดีใจก็ดีใจ แต่ก็แอบรู้สึกผิดนิดๆ (กุยังจำวันเกิดมันไม่ได้เลย ดันจำของกุได้)
 
ก็ขอบคุณ ที่ยังนึกถึงกันอยู่.
 
                                        "ไม่ต้องมีเค้กก้อนโต              ไม่ต้องห้อมล้อมด้วยคนมากมาย
                                         ไม่ต้องมีของขวัญหลากหลาย    แค่อะไรง่ายๆ ก็สุขพอแล้วว"
 
 
ปล. (สำหรับเพื่อน)อย่าคิดไกล 1 ในนั้น ไม่ใช่ "เขา"
 
ยินดีต้อนรับ อายุ 26 >,o
3月28日

วินาที..เฉียดตาย(ยกฝูง)

เป็นวีรกรรม อีก1 บทเรียน ที่จะต้องจดบันทึกลงไปในชีวิต ให้ได้จดจำ พูดคุย และแซวกันไปอีกนานเลยทีเดียว
 
วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ 2550
 
ตื่นขึ้นที่บ้านเพื่อนที่แสนคุ้นเคย
 
ล้างหน้าล้างตา คว้ากุญแจรถออกไปหาไรใส่ปาก เสร็จก็กลับมานั่งคิดหาอะไรทำฆ่าเวลา
 
สุดท้ายก็จบลงที่ออกไปหาเพื่อนที่อีกบ้านนึงใกล้ๆกันแล้วก็ลากกันออกไปซื้อ Dry Gin มาทำ cocktail ง่อยๆ ดื่มกัน
 
เพื่อนบอก จำสูตรมาจากที่ไปอยู่เกาะ ดื่มไม่เมา กินกันชิลล์ๆ ซัดตั้งแต่บ่ายๆ หมด gin ไปขวด ชเวฟ 10 กระป๋อง มะนาวอีกเกือบโหล
 
ไม่เมาเล้ย เดินออกไปรับเพื่อนอีกคน ที่พึ่งเข้ามา เดินกันหน้าตึงเลย
 
6 โมงก็โทรชวนเพื่อนอีก 2 คนไปหาอะไรทานกันข้างนอกต่อ
 
อาการตอนนี้ก็กำลังกึ่มๆเลย พอมีฤทธิ์แอลกอฮอล์ติดตัวนิดหน่อย แต่ถือว่า ยังอ่อนนัก
 
ถึงร้านก็สั่ง red มา 1ขวด (แดกของแพงด้วย) สั่งอาหาร มานั่งกินรอเพื่อนอีก 2 คนที่กำลังมา
 
เพื่อนมาถึง ก็กินกันไปคุยกันไป อาการกึ่มๆจากตอนเย็นๆ หายไปหมดและ แปลกดีเหมือนกัน แดกของแพงมันดียังงี้นี่เอง
 
สักพักตัดสินใจย้ายร้านดีกว่า เพราะอาหารมันไม่อร่อย อย่างแรง
 
มาร้านใหม่ก็สั่งอาหารมาชิมรสชาติฝีมือกันสักนิดนึง ถามเด็กเสริฟ์ ว่าที่ร้านมีอาหารอะไรแนะนำมั่ง มันดันบอก ไม่มี เอ้า! เวร อร่อยทุกอย่าง ว่างั้น
 
เลยสั่งมากระแทกปากสัก 2-3 อย่าง เหล้าก็ red ขวดเดิมจากร้านที่แล้ว กินไปก็บ่นไป อาหารอร่อยเหมือนร้านที่แล้วเลย สาดดด
 
นักร้องก็ร้องเพลงเพี้ยน ขอเพลงอะไรไปก็ไม่ร้องให้ สุดยอด ยังดีมีโต๊ะพูลให้เล่น
 
red หมด ก็สั่ง เบนมอร์ มาดื่มกันต่อ เงินเริ่มเหลือน้อย หันมากินถูกๆและ ก็นั่งดื่มกันไปจนหมด ก็ แยกย้ายกันกลับบ้าน
 
ในรถก็มี เพื่อนเจ้าของรถนั่งข้าง น้องอีก 2 คนนั่งหลัง ก็ขับกันมาเรื่อยๆปกติ สักแป๊ป เจอทางแยก ก็เลยถามน้องๆ ว่าจะไปทางไหนดี
 
จะออกเส้นคู่ขนาน หรือขึ้นสะพานดี น้องก็บอก "ขึ้นสะพานดีกว่าพี่" พอสิ้นคำ
 
ด้วยความคะนอง ที่เกิดจากฤทธิ์ แอลกอฮอล์ ที่มีอยู่ในตัว มือขวาก็หักพวงมาลัยอย่างแรง และเร็ว ฟึ่บ!
 
รถสะบัด!! หน้ารถหันพุ่งตรงเข้าเกาะกลางถนน ด้วยปฏิกิริยาในการเอาตัวรอดของมนุษย์ มือซ้ายก็ดึงพวงมาลัยกลับ
 
เพื่อให้หน้ารถหันออกมาจากเกาะกลางถนน กลับเข้าสู่เลนถนนที่มันควรจะเป็น แต่ประกอบกับรถที่ขับมาด้วยความเร็วแล้วก็การหักเลี้ยวที่รุนแรง
 
การหักรถกลับแค่ครั้งเดียวไม่ได้ช่วยอะไรเลย รถหัวหน้าพุ่งตรงไปยังอีกฝั่งถนน ในใจคิดแล้วแวบนึง "คืนนี้กุไม่รอดแน่"
 
แต่ด้วยสัญชาติญาณก็ยังพยายามบังคับรถไม่ให้พุ่งลงข้างทาง รถหันหน้าพุ่งตรงเข้าเกาะกลางถนน อีกครั้ง แล้วแวบนึง เริ่มมีสติ
 
รีบผ่อนเท้าออกจากคันเร่ง หักพวงมาลัยไปทางซ้ายอีกครั้ง รถกระแทกเข้ากับขอบปูนตรงเกาะกลาง รถยังคงส่ายอยู่ แต่เริ่มควบคุมรถได้แล้ว
 
รถสะบัดไปซ้าย ขวา อีก 2-3 ครั้ง ก็เริ่มควบคุมรถได้เป็นปกติ  แขน ขา ชาแข็งไปหมด หัวเจ็บนิดหน่อยจากการกระแทก
 
สติ ฟื้นตัวกลับมาเต็มที่อีกครั้ง ตอนที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง เป็นเพื่อนที่บังเอิญขับตามหลังมา โทรมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น
 
ปล่อยรถวิ่งไปอีกนิดหน่อยก็ชะลอรถแล้วจอดหลบริมข้างทาง ออกมาสำรวจรอบๆรถ ปรากฎ แม็กล้อหลังฝั่งคนขับ ขอบแม็กแตกไปข้างนึง
 
เช็คสภาพน้องๆก็ เจ็บกันนิดหน่อยจากการกระแทก แล้วก็ขึ้นรถขับกลับบ้าน ขับไปอย่างช้าสุดๆ ระหว่างทางก็คุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
ยังหัวเราะกันได้อยู่ "เสียวดีพี่ เสียวดี" แถมยังคิดจะเอาไปทำเป็นทริปท่องเที่ยวอีก "กุล่ะกลัวฉิบหาย" รถก็ของเพื่อน ชีวิตพวกน้องๆอีก
 
รับผิดชอบตั้ง 3 ชีวิต รวมตัวเองด้วยอีก 1 เป็น 4 ชีวิต กับรถอีก 1 คัน  ขับกลับบ้าน ขับไปก็ขอโทษไปตลอดทาง ถึงบ้าน ก็ไปนอนคุยกับเพื่อน
 
                  "รู้แจ้งเลยมึง ตรัสรู้ เลยครับ อารมณ์คึกคนองเพียงชั่วแล่นจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
 
              ทำให้ทำอะไรไปโดยขาดการยั้งคิดเพียงแวบเดียว เกือบจะพามึงและน้องไปเที่ยวยมโลกแล้ว"
 
แต่ไม่รู้ว่าเป็นการเตือนรึเปล่า เพราะวันก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้น ตอนเช้าได้ดูรายการข่าว ที่เขาพูดถึงเรื่องของการดื่มเหล้าแล้วขาดสติ
 
ในใจก็คิดค้านและ ซึ่งปกติก็ชอบคิดขัดแย้งกับคนอื่นประจำอยู่แล้ว ก็คิดว่า "เฮ้ย! ไม่จริงทั้งหมดหรอก คนเราถ้ามันมีจิตสำนึก
 
มันก็จะมีความยั้งคิด คิดได้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ เนี่ย! กุ กับเพื่อนก็ดื่มกินกันออกบ่อย เมาเละเทะก็นับไม่ถ้วน ก็ยังมีสติ มีความคิดทุกครั้งไม่เคยไประรานใคร
 
กินแล้วยังเก็บขวดเก็บถุงไปทิ้งถังทุกครั้งที่แยกย้ายกันกลับบ้าน"....ประมาณนี้ แต่พอมาวันนี้ รู้และ นี่ไงมีสติ มีสติ แต่แค่มันหายไปแวบนึง ก็ล่อซะเกือบตายและ
 
(สงสัยป๊า ลงมาเตือน)
 
 
 
"ไม่เจอมักไม่จำ ไม่ทำมักไม่รู้"
 
"คุณอาจไม่โชคดีอย่างในโฆษณา"   เออ! จริง
 
2月21日

Valentine's Day.......

1 year ago......
 
"You have 1 message.....click!
 
 
I'm not a person who can give u everyting.
 
I'm not a person who can help u anytime and I'm a person who wish u see some one a good person will be u soulmate.
 
But that person are not ME.....
 
sorry & thanks for everyting. Good luck in love&Good luck in valentine's day.
 
 
Ou..........................!!!
 
 
1 year later.....
 
"I sent this message for her.....
 
 
You told me....you'r not a person who can give u everyting.
 
you'r not a person who can help u anytime and 
 
you'r person who wish u see some one a good person will be u soulmate.
 
But that person are not YOU........But again!! You know?
 
For me......I need u that a person.
 
I'm wish u happy and don't worry, I know.
 
Happy Valentine's Day.
 
 
 
She answer me.........Thanks for understand/Good Luck.
 
 
.........!!
12月20日

บรรยากาศหนาวๆ กับอารมณ์ชิลล์ๆ

มีคนถามว่าเมื่อไหร่จะอัพสเปซซะที?
คืนนี้ก็เลยเอาซะหน่อย นั่งคิดอยู่นานว่าจะพิมพ์อะไรดี แต่ก็นึกไม่ออก
บางทีการคิดตั้งใจจะทำอะไรมากไปมันก็ฝืนตัวเองเกินไป
เลยแก้ด้วยการหาอะไรร้อนๆใส่ท้อง ซะหน่อย
เดินออกไปกินบะหมี่ต้มยำร้อน กับอากาศเย็นๆ ทำให้นึกถึงตอนไปใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่มาก
เป็นช่วงที่ใช้ชีวิตชิลล์สุดและ อยากกลับไปอีกจริงๆ
ตื่นมาตอนเช้า นําไม่อาบเพราะแม่งหนาวสัดๆ ขับมอไซค์ออกไปนั่งร้านกาแฟ
สั่งชาเย็นมากิน กับชีวิตเย็นชา จริงๆเขาต้องสั่งกาแฟกินกันอะนะ แต่เผอิญไม่กินกาแฟ กินทีไรหลับทุกที
ก็กินไป นั่งแม่งยันบ่าย บางวันก็นั่งจนเย็น คําเลยก็มี ชีวิตวันๆหมดไปกับร้านกาแฟแล้วก็กองหนังสือ ((ชิลล์เกิ๊นนน))
ตกดึกก็ได้เวลาแรด ออกยําราตรี  ตอนไปนี่ครึกครื้น พอถึงตอนกลับนี่เดะ ทรมานอิ๊บอ๊าย!!
ต้องขับมอไซค์ ฝ่าลมหนาวในเวลาตี1 ตี2 กลับบ้าน เสื้อกันหนาวก็ไม่มี มีแค่เสื้อยืดกับแจ๊กเก๊ตยีนส์ 1 ตัว
ซึ่งแม่ง ไม่ช่วยกันลมกันหนาวให้กุได้เลยยย อากาศก็หนาว ขับรถโดนลมตีแม่งยิ่งหนาว
อยากจะขับเร็วๆเพื่อจะได้ถึงบ้านไวๆ แม่งก็ยิ่งหนาวขึ้นอีก ขับไปมือ ปาก นี่สั่นงั่กๆ
พอถึงบ้านนี่แทบจะโยนมอไซค์ทิ้ง รีบเข้าบ้านไปซุกตัวในเตียงอุ่นๆ แล้วนี่ แหม!! เหมือนได้ขึ้นสวรรค์
 
มีอยู่ครั้งนึง ไปเที่ยวกัน 3 คน มอไซค์ 1 คัน กับเสื้อกันหนาว 1 ตัว
ขากลับนี่กอดกันกลมดิ๊ก เสื้อกันหนาว 1 ตัวกับ 3 ชีวิต คนขับก็เมาแล้วตีนผีอีก บิดแม่งเข้าไป หนาวชิหาย
ด้วยความเมา แล้วทรมานจากความหนาวที่ทิ่มแทงร่างกายอันบอบบาง ทำให้สมองเกิดความคิดอันบรรเจิด
  "เฮ้ย! ไอคอน จอดๆ ซื้อก๋วยเตี๊ยวๆ "
 
  "บะหมี่นําพิเศษครับ ขอนําเยอะๆนะคับ"
 
  "คอนมึงคนขับใส่เสื้อกันหนาว เด๋วกุกะไอบอยใช้ก๋วยเตี๊ยว เอ้า! ปายยยยยยย"
 
ประโยชน์อีก 1 อย่างของก๋วยเตี๊ยว >,<Y
 
 
 
 
........... แต่หมดและชีวิตแบบนั้น มันจบไปแล้วววววววววว
 
จบแบบหม่นหมอง เมื่อไหร่จะได้ไปใช้ชีวิตบ้าบอ แบบนั้นอีกว้า
 
เพื่อนคอน ก็ไปเป็น พระ ซาบซึ้งในรสพระธรรม....
เพื่อนบอย ก็ไปเป็น ไข่ย้อย อยู่เกาะ......
 
คิดถึงพวกมึงนะคร้าบบบ แต่บอกไปพวกมึงก็ไม่รู้หรอก......555
 
จบๆ ราตรีสวัสดิ์ !!
 

全 22 枚中 1 枚目